วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

อัตชีวประวัติ

            ชื่อ นางสาวเนตรนารี บุญประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2536 ปัจจุบันอายุ 20 ปี    เป็นคนจังหวัดอุทัยธานี มีพี่น้อง 3 คน มีพี่สาว 1 คน  น้องชาย 1 คน ดิฉันเป็นลูกคนที่ 2 พ่อของฉันชื่อ   นาย บุญฤทธิ์ บุญประเสริฐ    อายุ 52 ปี แม่ของฉันชื่อ นาง รุ่งนภา บุญประเสริฐ อายุ 49 ปี มีอาชีพ ทำไร่ทำนาพ่อแม่ของฉันเป็นคนขยันขันแข็งมากในสภาพครอบครัวของฉันก็อยู่กันอย่างอบอุ่นมากถึงแม้ว่าจะเป็นครอบครัวเล็กๆ ทุกๆคนก็คอยเอาใจใส่กันคอยเป็นห่วงซึ่งกันและกัน ฉันสนิทกับแม่คุยปรึกษาแม่ได้ทุกๆเรื่องเลยแม่ก็จะสอนและให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอ                                                          เมื่อฉันจบการเรียนในช่วงมัธยมศึกษา ก็ต้องมีการสอบเข้าต่อในมหาวิทยาลัย ฉันรู้สึกว่าตัวเองอยากจะเรียนด้านคหกรรมศาสตร์ซึ่งจะเกี่ยวกับด้านการทำอาหาร จึงเลือกที่จะสอบแต่คณะที่ตัวฉันเองอยากเรียนหลากหลายมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้ปรึกษาพ่อกับแม่เลย แต่บังเอิญครั้งหนึ่งที่ต้องไปสอบเพราะเพื่อนชวนไปสอบเป็นเพื่อนกันนั้นก็คือสอบคณะครุศาสตร์ พอผลสอบของทุกมหาวิทยาลัยที่ได้ไปสอบออกมาติดทั้งคณะครุศาสตร์และคหกรรมศาสตร์  ส่วนตัวดิฉันเองไม่ต้องพูดถึงว่าอยากเรียนคณะอะไร แต่ทุกอย่างที่จะทำต้องปรึกษาพ่อกับแม่ก่อน พอได้คุยกันพ่อถามมาคำพูดหนึ่งว่าถ้าเรียนทำอาหารจบมาจะมั่นคงได้แค่ไหน  จะมีงานทำแน่นอนหรือไม่ ซึ่งดิฉันเองก็ตอบไม่ได้ สรุปว่า พ่อกับแม่อยากให้เรียนครู นั้นก็คือคณะครุศาสตร์ตอนแรกรู้สึกเสียใจแต่คิดอีกทีคือท่านก็คงอยากให้เรามีงานที่ดีทำมีอาชีพที่มั่นคง เพราะท่านสองคนก็แก่ขึ้นทุกๆดิฉันจึงได้ตัดสินใจเรียนคณะครุศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต   ตอนอยู่ปี1 ได้ใส่ชุดนักศึกษาคู่กับรองเท้าคัทชูสีดำ รวบผมให้เรียบร้อยแต่งตัวให้เป็นเฟรชชี่ที่น่ารักที่สุด ปี 2 ฉันรู้สึกว่ากลัวเรียนจบแล้วไม่มีความรู้ไม่สอนเด็กๆและต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเรียนเอกอะไรดี  จะเรียนอะไรก็คงยากเหมือนกันทุกๆวิชาทุกๆสาขาแต่อยู่ที่ว่าความยากง่ายและความเข้าใจที่เราจะสามารถนำไปปรับใช้ปฏิบัติได้ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด การที่เราก้าวมาสู่รั้วมหาวิทยาลัยนั้นแตกต่างจากโรงเรียนมากเพราะในโรงเรียนครูคอยดูแลช่วยเหลือเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาแต่กับอยู่มหาวิทยาลัยอาจารย์เขาคิดว่าเด็กๆโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้วไม่ต้องมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลาเรียนเลิกเสร็จก็หมดภาระหน้าที่ของครูแล้วซึ่งแตกต่างจากครูในโรงเรียนมาก                                                                                                               ชีวิตในอนาคตที่ต้องคำนึงอยู่ตลอดเวลา นั้นก็คือ อยากเรียนให้จบ มีหน้าที่การงานทำ ทุกๆวันนี้ที่ฉันได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณพ่อคุณแม่ที่ได้ให้ฉันมีในวันนี้และได้มาเรียนถึง ณ จุดนี้ได้  การที่ฉันได้มาเรียนครุศาสตร์ ทำให้ฉันรู้ว่าการเป็นคนที่บุคลิกภาพที่ดีน่านับถือ มีเสน่ห์ รู้จักไปลามาไหว้แบบนี้เขาเรียกว่าคนอัธยาศัยดีมีเราจะเป็นครูที่ดีต้องสอนอย่างไรทำอย่างไร ให้ผู้ฟังเราตลอดเวลาเราสอนไม่เกิดความเครียดน่าเบื่อ เป็นอย่างไร หากในอนาคตดิฉันเป็นครูก็จะเป็นครูที่ดีจะนำเอาคำสอนที่ได้เรียนมาปฏิบัติใช้กับเด็กนักเรียนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น