วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 10

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้
 
การเขียนโครงการ
การเขียนโครงการเป็นกระบวนการในการทำงานประกอบด้วยหลายๆ กิจกรรมให้เป็นไปตามลำดับขั้นโดยไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดระยะเวลา และงบประมาณที่จำกัด ในการดำเนินงาน ต้องมีผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งเป็นผู้บริหารงาน กิจกรรมต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนงานเหมาะสมกับเวลาและงบประมาณที่ตั้งไว้

ลักษณะโครงการ
     -ต้องมีระบบ
     -ต้องมีวัตถุประสงค์
     -ต้องเป็นการดำเนินงานในอนาคต
     -เป็นการทำงานชั่วคราว
     -มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน
     -มีลักษณะเป็นงานที่เร่งด่วน
     -ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำ
     -การริเริ่มหรือพัฒนางาน

องค์ประกอบโครงการ
1.ชื่อโครงการ
อ่านแล้วรู้เลยว่าทำอะไร มีความชัดเจน เหมาะสม
2.หน่วยงานรับผิดชอบ
ระบุหน่วยงานต้นสังกัด
3.ผู้รับผิดชอบโครงการ  
ระบุผู้รับผิดชอบในโครงการนั้นๆให้ชัดเจนว่าเป็นของใคร มีตำแหน่งใดในโครงการนั้น
4.หลักการและเหตุผล 
แสดงถึงปัญหาความจำเป็นหรือความต้องการที่จะจัดทำโครงการขึ้น เพื่อแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการขององค์การชุมชน หรือท้องถิ่นนั้นๆ
5.วัตถุประสงค์
เขียนให้เป็นเชิงพฤติกรรม เป็นข้อความที่แสดงถึงความต้องการที่จะทำสิ่งต่างๆ
6.เป้าหมาย 
แสดงให้เห็นผลงานหรือผลลัพธ์ที่ระบุคุณภาพหรือปริมาณงานที่คาดว่าจะทำให้เกิดขึ้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
7.ระยะเวลาในการทำโครงการ
ระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มโครงการและเวลาสิ้นสุด
8.วิธีการดำเนินการ 
เป็นขั้นตอนตามลำดับก่อนหลัง แสดงให้เห็นตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการว่ามีกิจกรรมใดที่ต้องทำ
9.แผนปฏิบัติงาน 
การนำเอาขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินงานมาใส่ในตารางแผนปฏิบัติงาน
10.งบประมาณและทรัพยากรที่ต้องใช้ 
แบ่งเป็น เงินสด ส่วนนี้เราสามารถเบิกได้ คือค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน
และอีกส่วนคือ ค่าใช้จ่ายที่เป็นมูลค่า เบิกไม่ได้ 
11.ผลที่คาดว่าจะได้รับ 
ตั้งวัตถุประสงค์คืออะไรผลที่คาดว่าจะได้รับคือตามวัตถุประสงค์
12.การติดตามและประเมินผลโครงการ  
แสดงถึงการติดตาม การควบคุม การกำกับเช่น กระดาษประเมิน แบบทดสอบ

การเขียนรายงานวิชาการ
คือผลของการศึกษาค้นคว้า หาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษร มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ค้นคว้า และมีการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมทั้งเสนอแนะความคิดเห็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์

ความสำคัญ
1.นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
2.นักศึกษาพัฒนาความรู้ความคิดของนักศึกษาแล้วนำเสนอความรู้ความคิดได้อย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนการทำ
1.พิจารณา วัตถุประสงค์
2.กำหนดหัวเรื่อง
3.ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดขอบเขต
4.รวบรวมและบันทึกข้อมูล
5.วิเคราะห์ข้อมูล
6.เชื่อมโยงข้อมูลสัมพันธ์
7.เรียบเรียงข้อมูลอย่างเป็นระบบ
8.ตรวจสอบความถูกต้อง
9.จัดรูปเล่มให้เหมาะสม

องค์ประกอบของรายงานวิชาการ
1.ชื่อเรื่อง
2.ชื่อผู้ทำรายงาน
3.คำนำ
4.สารบัญ
5.บทนำ
6.เนื้อหา
7.บทสรุป
8.บรรณานุกรม

ส่วนประกอบรายงานทั้งเล่มประกอบด้วย 3 ส่วน
1.ส่วนนำ
   1.ปกนอก
     - ส่วนบน
     - ส่วนกลาง
     - ส่วนล่าง
   2.ใบรองปก
     -ปกใน
     -คำนำ 
     -สารบัญ
2.ส่วนเนื้อหา
     1.บทนำเรื่อง 
     2.ส่วนเนื้อหา
     3.บทสรุป สรุปเนื้อหา
3.ส่วนท้าย
     1.บรรณานุกรม กรณีรายชื่อหนังสือไม่เกิน 5 เล่มให้ใช้คำว่า เอกสารอ้างอิง
     2.ภาคผนวก
     3.อภิธานศัพท์
     4.ดรรชนี

หลักการเขียนรายงานวิชาการ

ใช้คำและข้อความสุภาพ ศัพท์ทางการใช้คำเต็มไม่ใช้คำย่อ สำหลับตำแหน่ง ยศ คำนำหน้าหรือคำย่ออื่นๆ ใช้ภาษาระดับเดียวกัน ไม่ใช้ภาษาแสลงหรือภาษาถิ่น

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
1.ได้วิธีการเขียนปกนอกแบบใหม่ที่ถูกต้อง และไม่เคยใช้มาก่อน 
2.ได้วิธีการเขียนคำนำ ว่าห้ามออกตัวหรือแก้ตัวในข้อบกพร่อง
ข้อเสนอแนะ
การทำโครงการ ควรสำรวจผู้ที่เข้าร่วมโครงการว่าจะเข้าร่วมได้กี่คนจะได้ไม่ขาดทุนและเพิ่มทุนโดยใช้ทรัพย์สินหรืองบประมาณของเราเอง เพราะงบประมาณในการจัดโครงการเฉลี่ยเป็นรายคนถ้าคนเข้าร่วมขาดเยอะอาจเกิดปัญหาในการจัดโครงการครั้งต่อไปได้



นางสาวเนตรนารี  บุญประเสริฐ
55113400212  D1

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่9

สิ่งที่ได้จากการเรียน

ระเบียบงานสารบรรณและการเขียนหนังสือราชการ
1.การจัดทำ
2.การรับ
3.การส่ง
4.การเก็บรักษา
5.การยืม
6.การทำลาย

ชั้นความเร็วและชั้นความลับ
ชั้นความเร็ว
ด่วน ด่วนมาก ด่วนที่สุด

ชั้นความลับ
ลับ ลับมาก ลับที่สุด

การจัดทำสำเนา
สำเนาคู่ฉบับ 
จัดทำพร้อมต้นฉบับเก็บไว้กับเจ้าของเรื่อง ผู้ร่าง ผู้พิมพ์ ผู้ตรวจ ลงชื่อไว้ที่ ด้านล่างขวาของหนังสือ
สำเนา
มีคำรับรองว่า สำเนาถูกต้อง เจ้าหน้าที่ระดับสองขึ้นไป รับรองสำเนาเก็บไว้ที่
เจ้าหน้าที่สารบรรณกลาง

ชนิดของหนังสือราชการ
1.หนังสือภายนอก
- นอกส่วนราชการ  เป็นพิธีการ  ใช้กระดาษตราครุฑ
2.หนังสือภายใน
-ในกระทรวงและจังหวัดเดียวกัน  เป็นพิธีการรน้อย   ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
3.หนังสือประทับตรา
-ใช้กระดาษตราครุฑ ใช้ในกรณีที่ไม่สำคัญ
4.หนังสือสั่งการ
-คำสั่ง  ระเบียบ  ข้อบังคับ
5.หนังสือประชาสัมพันธ์
-ประกาศ  แถลงการณ์  ข่าว
6.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ
-หนังสือรับรอง  รายงานการประชุม  บันทึก

หลักการเขียนเนื้อหา
1.ปัญหา
2.ข้อเท็จจริง
3.ข้อพิจารณา
4.ข้อเสนอ

ปัญหาการเขียนรายงานการประชุม
-ไม่รู้วิธีดำเนินการประชุมที่ถูกต้อง
-ไม่รู้จะจดอย่างไร
-ขาดทักษะในการจับประเด็นและสรุปบทความ
-การใช้ภาษาในการจด

ประโยชน์ของรายงานการประชุม
-หลักฐานการปฏิบัติงาน
-เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน
-ใช้อ้างอิง
-เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร

ระเบียบวาระที่1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่2 เรื่องการรับรองรายงานการประชุม
ระเบียบวารัที่3 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่4 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา

ระเบียบวาระที่5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
    การจัดทำสำเนา ควรที่จะทำสำเนาสองฉบับ อีกฉบับเราก็เก็บไว้เพื่อตัวเอง ไว้สำหรับเป็นหลักฐานต่างๆ ยืนยัน

ข้อเสนอแนะ
     ได้เข้าใจเกี่ยวกับหนังสือราชการและการเขียนได้อย่างถูกต้องเพราะอาจารย์สอนเข้าใจและเนื้อหาที่สอนก็ไม่มากเกินไปด้วยค่ะ








นางสาวเนตรนารี  บุญประเสริฐ
รหัส 55113400212 ตอนเรียน  D1

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8

สิ่งที่เรียนรู้
     การเขียนจดหมาย
การเขียนเชิงกิจธุระ แบบฟอร์ม คือ เอกสารที่จัดทำขึ้น แบ่งเป็น 4 ประเภท
1.) แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อบังคับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน แบบฟอร์มชนิดนี้หน่วยงานเป็นผู้จัดเตรียมขึ้น
2.) แบบฟอร์มผู้อื่นขอความร่วมมือให้กรอก แบบฟอร์มที่ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง
3.) แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์การ องค์การสมัยนี้มีระบบการรสยรวมเรื่องราวทุกชนิดที่เกี่ยวกับบุคลากรภายในหน่วยงานของตนด้วยวิธีให้กรอก เช่น แบบฟอร์มใบลา
   -ความรู้องค์การใหญ่กว่าองค์กร
   -ใบสมัครงาน ข้อพึงระวังคือ ห้ามมีลอยลบ
4.) แบบฟอรฺมสัญญา สัญญาในที่นี้หมายถึง เอกสารที่มีผลผูกพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญฯาจะซื้อขายสินค้า
   -การกรอกแบบฟอร์มสัญญาต้องกรอกด้วยความระมัดระวัง และจะต้องเข้าใจเงื่อนไขผูกมัดต่างๆ ให้ดีเสียก่อน

    การเขียนจดหมายเชิงกิจธุระ
คือจดหมายที่บุคคลติดต่อกับบุคคล ทีติดต่อสื่อสารกันด้วยกิจธุระ เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกขาย เตือนแจ้ง รายการสินค้า การเตือน การทวงถาม 
** ใช้ภาษาลักษณะกึ่งทางการ

    จดหมายเปิดผนึก 
คือจดหมายประเภทกิจธุระเขียนเผยแพร่  ต่สาธารณะชน สื่อมวลชนซึ่งส่วนมากได้แก่หนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียงเผยแพราอินเตอร์เน็ต เพื่อลงหรือปะกาศข้อความในจดหมายให้ประชาชนทั่วไปทราบ
ใจความของจดหมายนี้มีลักษณะเปิดเผย

    จดหมานราชการ หรือหนังสือราชการ
เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกส่วนราชการหนึ่ง หรือติดต่อสื่อสารกันในระหว่าง กระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานเอกชนต่างด้วย จดหมายที่ติดต่อกับหน่วยงานนอกกระทรวง
** ต้องใช้ภาษาระดับทางการ

    การเขียนประกาศ
ประกาศเป็นการสื่อสารใช้ที่เผยแพร่ได้กว้างขวาง คือบุคคลทุกระดับในหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกได้อ่าน การออกประกาศมักมาจากผู้บังคับบัญชา
    ประกาศทางราชการ
มักมีข้อความค่อนข้างยาว ละเอียดและเกี่ยวเนื่องกับตัวบทกฎหมายโดยมีจุดประสงค์จะประกาศแจ้ง  ให้บุคคลทั่วไปได้ทราบ
    
    การเขียนจดหมายธุรกิจ
ประเภทของจดหมาย
1. จดหมายส่วนตัว : จดหมายถึงเพื่อน ญาติพี่น้อง
2. จดหมายกิจธุระ : จดหมายลาป่วย ลากิจ
3. จดหมายธุรกิจ : จดหมายติดต่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
4. หนังสือราชการ : เอกสารที่ใช้ในการติดต่อกัยราชการ

    การเขียนจดหมายธุรกิจ
   การารเขียนหัวข้อต่างๆ ในจดหมายธุรกิจ
- หัวจดหมาย : ชื่อและที่อยู่ของบริษัท ห้างร้าน มักนิยมพิมพ์เป็นหัวข้อกระดาษจดหมายสำเร็จรูป
- วัน เดือน ปี : มักระบุเพียงเลขวันที่ ชื่อเดือน ปีพ.ศ.
- เรื่อง : เขียนสั้นๆ กระทัดรัดได้ใจความ
- คำขึ้นต้น : มักใช้คำว่า "เรียน"
- ข้อความ : มักเขียน 2-3 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกจะกล่าวเหตุที่มีจดหมาย ย่อหน้าต่อมาจะแจ้งความประสงค์
- คำลงท้าย : มักใช้คำว่า "ขอแสดงความนับถือ"
- ลายเซ็นต์หรือลายมือชื่อของผู้ลงนามในจดหมาย
- ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมายโดยระบุอยู่ในวงเล็บ

    ความรู้ใหม่
จดหมายประเภทธุรกิจต่างๆ สำนักงานนายกรัฐมนตรี เป็นคนกำหนดให้เรียน
การเขียน เริ่มเรื่อง ใช้คำว่า ขอ เช่น ขอความอนุเคราะห์แทน เรื่อง จะทำให้เกิดความอ่อนน้อม

   ข้อเสนอแนะ
วันนี้เนื้อหาการเรียนเยอะ บางหัวข้อและบางเรื่องเรียนไม่ค่อยเข้าใจ แต่อาจารย์ก็ไม่อัดแน่นเนื้อหาให้มากเกินไปจนเกิดความเครียด เพราะอาจารย์เป็นคนสอนสนุก จึงทำให้เกิดการอยากเรียนในวิชานี้ค่ะ


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ ครั้งที่ 7

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้
    กวีนิพนธ์
คือบทร้อยกรองที่สร้างสรรค์ความงามด้วยตัวอักษร เสียง จังหวะ หรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำสื่อสารอันอาจเป็นสัญลักษณ์หรือสร้างภาพพจน์เพื่อให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการได้อย่างสวยงามกว้างไกลและไร้ขอบเขตรวมทั้งเกิดความรู้สึกสะเทือนใจที่ลึกซึ่ง
      การเขียนกวีนิพนธ์
- คำสัมผัสคล้องจอง
พยางค์ที่คล้องจองด้วยเสียงสระหรือเสียงพยัญชนะ หากคล้องจองด้วยเสียงสระ เรียกว่าสัมผัสสระ หากคล้องจองด้วยเสียงพยัญชนะเรียกว่า สัมผัสอักษร

- สัมผัสนอก สัมผัสใน
สัมผัสนอก วรรคและนอกบทหรือระหว่างวรรคระหว่างบทเป็นสัมผัสบังคับด้วยเสียงสระ เมื่อไรพูดถึงสัมผัสนอกก็คือสัมผัสบังคับนั่นเอง

สัมผัสใน วรรคเดียวกันมีทั้งสัมผัสสระและอักษรเป็นสัมผัสที่มีเพื่อความไพเรา

- คำเสียงสูง(จัตวา)
วรรครับ = เสียงสูงจัตวา

- คำไวพจน์
คือคำที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือคำพ้องความหมายนั้น

- คำเอก คำโท
คำเอก คือคำที่มีรูปเอก (คำบังคับในโครงสี่สุภาพ)

คำโท เช่น แต่งแต้ม ต่อต้าน ต่อสู้ แก่กล้า ร่ำร้อง เลิศล้วน ปกป้อง

- คำคู่ 
เช่น ต่อเติม เสริมส่ง

    ร้อยกรองมี 5 ชนิด 
1.โครง
2.ฉันท์
3.กาพย์
4.กลอน
5.ร่าย
คำร้อยกรองเรียกอีกอย่างว่า คำประพันธ์

    บทสรุป
การใช้คำคล้องจอง เป็นลักษณะหนึ่งขงการเขียนบทร้อยกรอง ทีซึ่งทำให้เกิดความไพเราะและมีความหมาย คำคล้องจองเป้นคำที่ใช้ สระตัวเดียวกันหรือมีตัวสะกดมาตรตราเดียวกันหรือมีตัวสพกดมาตรตราเดียวกันรูปแบบของคำคล้องจองที่พบทั่วไป มีปริศนาคำท้าย สำนวนโวหารและสำนวนไทย เป็นต้น

    การเขียนกาพย์ยานี ๑๑
คือ ต้องเขียน หน้า 5 หลัง 6 บังคับจำนวนคำ วรรค และสัมผัสเช่นเดียวกับการแต่งกลอน

    บทสรุป
กาพย์คือคำชนิดหนึ่ง ที่มีกำหนด คณะ พยางค์ และสัมผัส เช่นเดียวกับฉันท์แต่ไม่มีคำบังคับ คำครุ ลหุ อย่างฉันท์
   กาพย์จำแนกได้ ดังนี้
1.กาพย์ยานี ๑๑
2.กาพย์ฉบัง ๑๖
3.กาพย์สุรางคนางค์ ๒๖
4.กาพย์ห่อโครง
5.กาพย์เห่เรือ
6.กาพย์ขับไม้

ควมรู้ใหม่ที่ได้รับ
ได้รู้ว่า วรรณกรรม  เป็นงานเขียนทุกประเภท ยกเว้นหนังสือเรียน
วรรณคดี เป็นเรื่องที่ใช้ระยะเวลา มีคนยอมรับร่วมกันทั้งหมด หนังสือต้องมีตราวรรณคดีสโมสร

ข้อเสนอแนะ
การสอนของอาจารย์ สามารถนำเอามาปรับใช้ในการนำเสนองานได้เป็นอย่างดี เพราะ มีการสรุปเนื้อหาที่ชัดเจนและมีกิจกรรมหลังเรียนที่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมทำให้ไม่เครียดและเข้าใจเนื้อหามากขึ้น






นางสาวเนตรนารี บุญประเสริฐ
รหัส 55113400212   D1




วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6


ประเภทของโวหาร
  1.บรรยายโวหาร คือกระบวนความที่แจกแจงเรื่องอย่างละเอียอ แจ่มแจ้งหรือให้ผู้อ่านเข้าใจ
  2. พรรณนาโวหาร คือการเขียนบรรยายการเรื่องราวอย่างละเอียอ ประณีต โดยแทรกอารมณ์โน้มน้าวให้ผู่อ่านเกิดอารมณ์และภาพพจน์คล้อยตาม
  3. เทศนาโวหาร คือ กระบวนการเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผุ้อ่านเห็นและปฏิบัติตาม
  4.อุปมาโวหาร คือ กระบวนการเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความคมคายให้ชัดเจนขึ้น
  5. สาธกโวหาร คือกระบวนการเขียนตัวอย่างหรือเรื่องราวประกอบเนื้อเรื่องเพื่อให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น
            ประเภทภาพพจน์
                คือถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไปตรงมาแต่ทำให้เกิดเป็นภาพถ่ายอย่างและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง
           ประเภทของภาพพจน์
         อุปมา คือการเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดยใช้คำเชื่อมที่มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า "เหมือน"
         อุปลักษณ์ คือ การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งด้วยการเล่าถึงอีกสิ่งหนึ่งโดยไม่มีคำเชื่อม มักใช้กริยา "คือและเป็น"
         อธิพจน์หรืออติพจน์ คือ การกล่าวเกินจริง (ใช้ในภาษาพูด)
         อวพจน์ คือ การกล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
         สัญลักษณ์ คือ การเรียกสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง โดยใช้คำอื่นมาแทนไม่เรียกตรงๆ
         นามนัย คือ การใช้คำหรือวลีซึ่งบ่งลัษณะหรือคุณสมบัติของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่งคล้ายๆสัญลักษณ์ แต่ต่างกันตรงที่ "นามนัยนั้นจะดึงเอาลักษณะบางส่วนของสิ่งหนึ่ง"
       สัพพจน์ คือการเรียเสียงธรรมชาติ
       บุคลาธิษฐานหรือบุคคลวัต 
        ปฏิพจน์หรือปฏิภาคพจน์


ความรู้ใหม่ที่ได้รับ


ได้รู้การใช้สัญลักษณ์แทน การเรียกชื่อสิ่งต่างๆ เช่นสีดำ แทน ความมืด หรือความตาย ความเศร้า

ข้อเสนอแนะ
เป็นการเรียนการสอนที่สนุก ไม่เครียด และยังได้รับความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เป็นการทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนมาแล้วให้เข้าใจมากขึ้น

ขอให้ประเทศไทยสงบสุข

เรื่อง  ขอให้ประเทศไทยสงบสุข

            สามัคคี มีมาเมื่อคราก่อนความอาทรอ่อนหวานของการให้พร้อมรอยยิ้มอิ่มอุ่นละมุนใจคือเนื้อในไทยแท้ ตั้งแต่กาล ประเพณี ดีงาม สยามนั้น ระบือลั่น กันไป คนไขขาน   วัฒนธรรมล้ำค่า แต่ช้านาน คนโบราณ ทานสร้าง เส้นทาง ไทย  

             เราเชื่อว่าความรู้สึกของคนไทยตอนนี้คงไม่ต่างกัน   เราอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี แต่เราเป็นเพียงแค่สามัญชนคนนึง  เราก็ได้แต่ขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี เราอยากเห็นประเทศไทยสงบสุข  อยากเห็นคนไทยรักกัน ไม่อยากเห็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือว่าสีใดก็แล้วแต่ อยากเห็นแค่เพียง สยามประเทศ ประเทศที่เคยได้รับฉายาว่า สยามเมืองยิ้ม  เคยมีคนบอกไว้ว่าคนไทยใจดี คนไทยมีน้ำใจ  ประเทศที่เรียกคนอื่นเหมือนคนในบ้าน พี่ค่ะ น้องค่ะ ไปที่ไหนก็มีแต่ความสงบสุข แต่ตอนนี้ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่น่าอยู่ ประเทศที่น่าท่องเที่ยว กลับกลายมาเป็นประเทศที่ดูมืดเหมือนสีดำ มองไปมีแต่อันตรายรอบตัว ผู้คนต่างแตกแยกต่างความคิด มีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ทำให้ไม่เข้าใจกัน ประเทศที่ว่าน่าอยู่น่าเที่ยว กลับกลายมาเป็นประเทศที่ เงียบราวกับเหมือนว่าไม่มีสถานที่ใดให้เที่ยวให้ชมทั้งๆที่ ประเทศไทยของเรามีสถานที่ให้มาเที่ยวมากมาย อยากให้คนไทยรักและสามคีกันปรองดองกัน อยากเห็นประเทศไทยสงบสุข

            ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง


                                                                                                              นางสาวเนตรนารี  บุญประเสริฐ                                                                                                                             55113400212    D1